posted on 14 Jun 2008 20:25 by koyamakeiichiro
นับวันบล๊อคเรายิ่งห่างไกลความเป็นจอร์นนี่แฮะ แต่เอาเถอะที่จะเขียนก็เพราะวันนี้เราทนไม่ไหวแล้ว มันเกินจะเยียวยา
เราจะบอกว่าเราเรียนคณะที่ทุกคนคิดว่ามันธรรมดา และดูเท่ห์ แต่เรากลับไม่คิดแบบนั้นเลย มันไม่ได้ดูเท่ห์ตรงไหนเลย แต่เรากลับคิดว่ามันเป็นสิ่งที่จอมปลอมและหลอกลวง ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ มีแต่ความ " เห็นแก่ตัว " ที่หยิบยื่นมาให้ เราได้แต่ทำหน้าระรื่นแล้วยอมรับ " ความเห็นแก่ตัว "ของหลายๆคนมา ทั้งๆที่เราไม่ได้อยากจะรับมันซักนิด บางครั้งเรากลับคิดว่า ทำไมไอคนนี้มันไร้จิตสำนึกอย่างนี้หว่ะ มารยาทก็ไม่มี บ้านสั่งสอนไหมนี่
เราไม่อยากด่าใครนะ เพราะบ้านเรา สอนให้เราเป็นคน"เห็นแก่ตัว"เหมือนกัน เราถูกเลี้ยงมากับสังคมคนจีนที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ทุกคนต้องเชื่อฟัง แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ตัวเองถูก แต่ถ้าเขาว่าผิดมันก็ต้องผิดแต่เราก็คัดค้านกับเรื่องนี้มาตลอด เพราะเราิคิดว่า 1+1มันย่อมเท่ากับ2 มันไม่มีทางที่จะเป็น 7 ไปได้ และการใช้อารมณ์ก็ไม่ใช่การตัดสินปัญหาที่ดีได้ ถ้าเราไม่สืบสวนให้ดีก่อน
ทุกวันนี้ เราก็คุยกับพ่อเราน่ะ ว่าเออเนี้ยถ้าเรานยังอยู่ตรงนี้เราต้องเป็นประสาทแน่ๆ พ่อก็ดีแต่ซ้ำเติมเราว่า บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเลือก โห่ เราต้องการคำปรึกษาน่ะ ไม่ได้ต้องการคำแดกดัน เหอๆ เราเลยไม่อยากปรึกษาเขาเท่าไรอ่ะ ( แลดูไม่มีเหตุผล )
ทุกวันนี้ เราเป็นเสมือนจิตแพทย์ให้สำหรับคนใงนกลุ่มน่ะ เพราะเหมือนเราเข้าใจทุกคน ใช่เรายอมรับว่าเราเจอปัญหามาหลายแบบ แต่ละแบบมันก็แรงๆทั้งนั้น ( ไม่ขอเล่าน่ะ เพราะเราไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัว เราโลกส่วนตัวสูง ) แต่เชื่อได้เลย ถ้าเล่าต้องมีคนที่คิดว่า เออเหมือนในละครเลยอ่ะ หรือไม่ก็ ใช่ประเทศไทยหรอ อะไรประมาณนั้น
จะบอกว่าเราไปอ่านบล๊อคของพี่คนนึงที่เขาไปเรียนที่ญี่ปุ่น ( มองญี่ปุ่นในแง่ร้าย ) เรายอมรับเลยว่าญี่ปุ่นก็มีหลายข้อที่เรารับไม่ได้ แต่บางข้อเราคิดว่าคนไทยก็เป็นเหมือนกัน เด๋วนี้คนไทยใช่ว่าจะมีน้ำใจ จิตใจดี มารยาทดีงามอย่างที่ทุกคนเข้าใจกัน เพราะเราเจอมากับตัวไอประเภทที่แบบว่า " ก็มันไม่ใช่เรื่องของกูนี่ " คือพูดมาได้ยังไงเนี้ย เห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว อย่าไปว่าคนญี่ปุ่นเขามากเลย คนไทยก็เป็นเหมือนกัน คือแบบ เราเนี้ยเจอมากับตัวเลย
วันนี้เราเดินกับเพื่อนเรากลับบ้าน 3 คน ต้องข้ามฝั่งจากมหาลัยไปขึ้นรถใช่ป่ะ เราก็คุยกัน คือเพื่อนเราเนี้ย ทะเลาะกับอีกกลุ่มนึง ซึ่งกลุ่มนี้อ่ะ เป็นพวกชอบหาเรื่องคนอื่น แล้วทีนี้มันมีงานกลุ่มให้ทำในห้องไง แล้วไอคนที่มีปัญหากับเพื่อนเรา ( เราตั้งว่าเป็นAกับBและกัน มันมีกันอยู่2คนอ่ะ ) a กับ b เนี้ยมันไม่มาเรียน แล้วมันต้องจับกลุ่มทำงาน6คน แล้วกลุ่มเรามีกันอยู่4คน เท่ากับว่าขาด 2 ใช่ป่ะล่ะ เพื่อนเราก็กลัวว่าเออเด๋วถ้าสองคนนี้มา อาจาร์ยต้องจับให้มาอยู่กลุ่มเราแน่เลย ปัญหาก็คือ เรากับเพื่อนเราอีก2คนอ่ะมีปัญหากับมัน ถึงขั้นเกือบตบกันเลยทีเดียว เราก็คุยกันว่าจะเอาไงดี เพื่อนเราอีกคนนึง ที่ไม่มีปัญหา มันก็พูดขึ้นมาว่า " มันก็ดีอย่างนะแก มันจะได้สอนให้เราทำงานกับคนที่เราไำม่อยากทำงานด้วยไง " ประเด็นมันไม่ใช่ตรงนั้นไง ถ้าคนเรามันมีปัญหากันขนาดนั้น แล้วจะทำงานด้วยกันได้ยังไง ตามหลักทฤษฎีมันเป็นไปได้ แต่ปฏิบัติมันเป็นไปไม่ได้ เราบอก เฮ้ย มันเป็นไปไม่ได้เว้ย เพราะมันเป็นรายงานกลุ่มน่ะ มันต้องออกความคิดเห็นมันเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะให้คนที่ไม่ชอบขี้หน้ากันมาทำงานร่วมกัน เผลอจะได้ตบกันก่อนทำงานอ่ะ ( คือเราอ่ะไม่ตบหรอก แต่อีกฝั่งอ่ะ มันเอาแน่ ) คือเราควรหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งใช่มะล่ะ เราคิดว่าการเปแ็นปัญญาชนไม่ควรจะมีเรื่องกระทบกระทั่ง เยี่ยงคนไร้การศึกษา แต่เพื่อนเรากลับบอกว่า " ถ้ามันจำเป็นก็ต้องทำ " เราแบบ เออใช่สิ มันไม่ใช่เรื่องของเมิงอ่ะ เมิงจะมาเข้าใจอะไร พวกกูอ่ะไม่มีอะไรหรอกแต่ฝั่งนั้นอ่ะดิ คือ ตอนนั้นที่เราสามคนมีปัญหาไม่ใช่เราไปหาเรื่องเขาน่ะ แต่เขามาหาเรื่องเราก่อน คือนี่ขนาดเพื่อนเราเนี้ย " มีสามัญสำนึกบ้างไหมเนี้ย " อยากจะพูดมากๆ แต่แบบ เออ ไว้หลังไมค์ดีกว่า
เราคิดว่า การจะทำอะไรควรจะเอาใจเขามาใส่ใจเราน่ะ ไม่ใช่เอาแต่คิดว่า เออทำแบบนี้มันถูก โดยที่ไม่คิดอะไรเลยอ่ะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก เหมือนกับว่า ถ้าอยากได้เงินเราควรทำงาน7วัน แต่ไม่คำนึงถึงสุขภาพของตนเองเลย สุขภาพน่ะไม่สามารถซื้อด้วยเงินได้หรอกน่ะ มันก็เหมือนสภาพจิตใจนั่นแหละเกรดไม่สามารถซื้อสภาพจิตใจที่บอกช้ำได้หรอก ต่อให้เกรดดีแค่ไหน แต่ถ้าสภาพจิตใจ สภาพร่างกาย มันไม่ไหวแล้ว มันก็เท่านั้นแหละ เพราะเกรดไม่ได้มีคุณค่าในตัวมันเอง แต่ตัวเราต่างหากที่มีคุณค่าในตัวเอง
posted on 07 Jun 2008 18:42 by koyamakeiichiro
เราก๊อบมาจากบอร์ดพันทิพอ่ะน่ะ คือว่าเราก็เป็นคนนึงที่เลี้ยงหมาอ่ะน่ะ เราก็รักมันมากอ่ะแหละ เพราะงั้นจึงใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากเป็นพิเศษ จึงอยากจะบอกกับคนที่เลี้ยงหมาด้วยกันว่า " ถ้าคุณรักมัน คุณต้องดูแลเอาใจใส่มัน ไม่ใช่ว่าคุณอยากจะให้อะไรมันกินตามที่ใจคิด เพียงเพราะว่า "กู" ก็กินได้ทำไมมันถึงกินไม่ได้ " ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ก็เหมือนกับว่า ถ้าหากเรากินข้าวที่ผสมเศษแก้วเข้าไปทุกๆวันจะเป็นอย่างไร แน่นอนคุณยังไม่ตายในวันแรกหรอก ไม่เชื่อคุณก็ลองบดเศษแก้วให้ละเอียด แล้วผสมทานกับข้าวทุกๆวัน เรารับประกันได้เลยว่าคุณจะตายภายใน 3-6 เดือน อย่างแน่นอน ไม่ต้องสงสัย ถามว่าทำไมเราต้องเอามาลงด้วยเนี้ย
เพราะครอบครัวเรา เราเตือนแล้ว แต่ไม่ฟังไง เราก็ไม่รู้จะทำยังไง เราเสียใจน่ะ ที่ไม่สามารถช่วยพวกมันได้ ทั้งๆที่เราเลี้ยงและดูแลมันมาตลอด แต่เพราะว่า " เออ ทำไมมันจะกินไม่ไ้ด้ หมาข้างนอกมันยังกินเลย " ก็ดูเอาเถอะ " ทำไมจะกินไม่ได้ ก็มะวานยังให้เลย " แหงแซะ เพราะมันจะไม่ตายภายในวันนี้พรุ่งนี้หรอก แต่มันจะตายแน่ ถ้ายังให้มันอยู่
เราขอเตือนใหุ้คุณหยุดตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่คุณจะทำบาปทางอ้อม
1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ทำให้เกิดอาการได้รับสารพิษมากเกินไป เข้าขั้นโคม่าและตายได้
2.อาหารทารกสำเร็จรูป
มักมีส่วนผสมของหัวหอมที่เป็นพิษกับสุนัข และถ้ากินมากๆ อาจอยู่ในภาวะขาดสารอาหารได้
3.ก้างปลา กระดูกต่างๆ
อาจทำให้ติดคอหรือบาดกระเพาะอาหารเป็นแผลได้ กระดูกที่ทำให้สุกแล้วไม่ควรให้สุนัขกิน เพราะขั้นตอนที่ย่อยอาจจะเป็นอันตรายกับอวัยวะข้างใน แต่กระดูกที่ดิบกินได้ปลอดภัยกว่า
4. ชา กาแฟ เครื่องดื่มคาเฟอีนและ ช็อกโกเเลต
เป็นพิษกับหัวใจและระบบประสาท
เพิ่มเติม :ช็อคโกแล็ต ยิ่งอบยิ่งอันตรายมาก ที่น้องหมากินซ็อคโกแล็ตไม่ได้เพราะสาร theobromine ในเม็ดโคคาเป็นอันตรายต่อน้องหมา ถ้าได้รับในปริมาณมากจะทำให้เกิดลมชักตายได้ โดยสาร theobromine จะมีในช็อคโกแล็ตชนิดต่างๆ
5.น้ำมันสกัดจากผลไม้ชนิดส้ม
ทำให้เกิดการอาเจียน
6.องุ่นและลูกเกด ทำให้เกิดผลเสียกับไต ก้าน ใบ เมล็ด ของ แอปเปิ้ล อัลมอนด์ แอปริคอต พีช เชอรรี่ป่า ลูกพลัม ลูกแพร์ ลูกพรุน และผลไม้ที่คล้ายๆ กัน จะทำให้เกิดอาการท้องร่วง อาเจียน ปวดท้อง โดยเมล็ดของผลไม้เหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีไซยาไนด์ ซึ่งเป็นพิษทั้งกับคนและน้องหมา อโวคาโด ทั้งผล เมล็ด ลำต้น เป็นพิษกับสุนัขทั้งหมด เป็นสาเหตุให้หายใจลำบาก น้ำท่วมปอด เจ็บหน้าอก ปวดท้องบลอคโคลี่ ทำให้เกิดแก๊สในท้องจำนวนมาก เชอร์รี่ ทำให้หายใจเร็ว ช็อค ปากบวมเห่อ อัตราการเต้นขอวหัวใจเร็วขึ้น
7.วิตามิน(ของคน)ที่มีธาตุเหล็ก
ทำลายเนื้อเยื่อของระบบย่อยอาหารและเป็นพิษต่อตับและไต
8.ตับ(ในปริมาณมาก)
ทำให้เกิดวิตามินเอเป็นพิษ ส่งผลกับกล้ามเนื้อและกระดูก
9.ถั่วแมคคาเดเมีย
มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบย่อยอาหาร ระบบประสาท และกล้ามเนื้อ ถั่วแมคคาดาเมีย จะทำให้กล้ามเนื้อสุนัขอ่อนแรง เกิดความหดหู่ อาเจียน การไม่ประสานกัน ใจสั่น เป็นไข้ ปวดเกร็งท้อง อาการเพลียของกล้ามเนื้อ โดยจะส่งผลกับขาหลังของสุนัขมากกว่าขาหน้า บางทีขาหลังอาจเป็นหนักถึงอัมพาต อาการเหล่านี้จะหายไปหลังจากกินถั่วนี้ไปแล้ว 72 ชั่วโมง
10.นมและผลิตภัณฑ์จากนม
สุนัขส่วนใหญ่ไม่มีเอนไซม์ใช้ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมวัวมากพอ ซึ่งจะทำให้เกิดท้องเสีย ควรใช้นมสุนัขที่ไม่มีแลคโตส
11.เห็ด
เห็ดบางชนิดเป็นพิษ ส่งผลต่ออวัยวะหลายส่วน ทำให้ช๊อค และตายได้
12.หัวหอม
มีสาร sulfoxides และ disulfides ซึ่งทำอันตรายต่อเม็ดเลือดแดง
13.ไข่ดิบ
มีสาร Avidin ที่ลดการซึมซับไบโอติน(วิตามินบีชนิดหนึ่ง)และทำให้เกิดผลเสียต่อขนและผิวหนัง
14.ปลาดิบ
ทำให้เกิดการขาดวิตามินบี Thiamine และไม่อยากอาหาร ชัก หรือในกรณีที่ซีเรียสมากอาจถึงตายได้
15.ของหวาน
ทำให้อ้วนผิดปกติ มีปัญหาโรคในปาก เป็นเบาหวานได้
16.บุหรี่
มีสารนิโคตินที่เป็นอันตรายต่อระบบย่อยอาหารและระบบประสาท หัวใจเต้นเร็ว หมดสติ โคม่า และ ตายได้
17.อาหารแมว
มีโปรตีนและไขมันมากเกินไปสำหรับสุนัข
18.ลูกจันทน์ จะเกิดอาการใจสั่น หรืออาจเกิดอาการลมชักอย่างปัจจุบันทันด่วน และตาย
เราจะบอกว่า " คนเราน่ะนะ ถ้าอะไรก็ตามที่เรารัก และอยู่กับเราทุกวัน เราจะไม่เห็นค่า และไม่รู้เลยว่า สิ่งนั้นสำคัญกับเรามากเพียงใด แต่ถ้าหากว่าสิ่งๆนั้นจากเ้ราไป เราจะรู้ว่า สิ่งนั้นมันสำคัญ กับเรามากแค่ไหน "
เรายอมรับว่าครอบครัวเราอ่ะแปลก แปลกตรงที่ ถ้าคนในบ้านไม่กระอักเลือดกันไปข้าง ก็คงไม่ส่งโรงพยาบาล ถึงแม้ว่าจะป่วยซักแค่ไหน ตอนแรกมะวานนี้โรคกระเพาะเรากำเริบ แม่เรายังบอกให้เราไปคลีนิกเองเลย ทั้งๆที่เราปวดจนแทบลงไปนอนกลิ้งกับพื้นได้อยู่แล้ว แล้วมองหน้าเราประมาณว่า เมิงตอ-แหล ชัวส์ เหอๆ นี่แม่เราน่ะเนี้ย ยังไม่อยากจะเชื่อลูกตัวเองเลย เรายอมรับว่าเราเป็นคนที่ขี้โรคมากๆ แต่คนในครอบครัวเราไม่สนใจเท่าไรนัก ทั้งๆที่เราเป็นลูกคนเดียว ( เรายังคิดเลยว่า เออสงสัยเขาเก็บเรามาเลี้ยงมั้ง )
มาต่อที่หมาเรา เราเตือนแล้วหลายต่อหลายครั้งว่า " เออ อย่าให้มันน่ะ พวกกระดูกต่างๆ มันกินไม่ได้ " พ่อเราก็มาเถียงเราอีกว่า " เออ ทำไมมันจะกินไม่ได้ ก็มะวานยังให้เลย " มันก็เหมือนกับกรณีข้างต้นที่เรากล่าวไป แต่มันมีอีกข้อนึงซึ่งเปรียบเทียบได้ชัดเจนคือ " ถ้าคุณสูบบุหรี่ คุณจะเป็นมะเร็ง และก็ตาย " ถูกป่ะ แต่ถามว่าถ้าวันนี้คุณสูบบุหรี่ คุณจะตายทันทีไหม ก็คือ ไม่ไง คุณยังไม่ตายหรอกตอนนี้ แต่อนาคตข้างหน้าืคือคุณตายแน่ คุณจะอายุสั้นลงแน่ๆ ถูกไหม สุขภาพคุณก็จะแย่ลงไปเรื่อยๆ จริงหรือเปล่า หมามันก็เหมือนกันแหละ ถามว่าทำไมบางอย่าง คนกินได้ หมากินไม่ได้ คำตอบก็คือ ร่างกายหมาไม่เหมือนกับร่างกายคน ไม่งั้นเขาจะแยกทำไมว่าเนี้ยอ่ะเป็นหมา เนี้ยอ่ะเป็นคน เพราะมันคนละสปีชี่กัน เข้าใจยัง
แล้วไอประเภทที่แบบว่า คิดว่า " กู " ถูกเสมออ่ะ แมร่งกินได้ ก็กูให้กินอ่ะ ช่วยเปิดหูเปิดตาให้สว่างทีเหอะ เพราะมันมีหลายคนมากที่ชอบเถียง ที่เราเอามาอ่ะ เขาวิจัยกันมาแล้ว โดย " สัตวแพยท์ " แล้วไอที่เถียงอ่ะ ไม่ทราบว่า เมิงเรียน สัตวแพทย์เหรอ หรือเมิงเรียนสัตว์ศาสตร์ ( ศาสตร์แห่งการเป็นสัตว์ ) ที่เอามาลงอ่ะอยากให้คนที่เลี้ยงหมาเข้าใจและปฏิบัติตาม ถ้าทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องเลี้ยงหรอก สงสารมัน เอามาเลี้ยงก็เหมือนเอามาทรมาณให้มันตายเร็วขึ้น
posted on 23 May 2008 15:38 by koyamakeiichiro
วันนี้ฝนตกแหละ มะวานก็ตก อากาศเย็นมากเลย ฟังเพลง Ai ai gasa ของ Tegomass ด้วย ได้อารมณ์มากเลยอ่ะ แล้วพรุ่งนี้ฝนจะตกไหม?(Ashita mo ame ga fureto)
ไม่รู้เป็นอะไร รู้สึกเศร้าขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ หรือเป็นเพราะบรรยากาศมันพาไปรึเปล่าน่ะ ? วันนี้เช่าการ์ตูนมา อ่านแล้วถูกใจมาก คนแต่งเรื่อง Peach girl เรื่อง Papillon ( ไม่มั่นใจเรื่อไงการสะกดคำ ) ให้ข้อคิดดีอ่ะ เกี่ยวกับจิตวิทยา อ่านแล้วเศร้าดี ( ไม่ไ้ด้เศร้ามากหรอก แต่แอบซึ้ง ตอนที่นางเอกกับแม่ดีกัน ) แล้วพอเอาไปคืน ฝนมันตกปรอยๆไง พี่ร้านหนังสือก็เลยบอกว่า " เออ น้องระวังอย่าทำเปียกน่ะ พี่ปรับน่ะ " เราก็งง เปียกตรงไหนว่ะ เพราะเดินกอดมาตลอดเลย กางร่มด้วย เขาก็เลยให้ดูว่าตรงที่เปิด เปียกนิดนึง รอยเท่ากับน้ำหยด - -" คือพี่ค่ะ มันนิดเดียวเองอ่ะ อาจจะเป็นเพราะว่าตอนยกร่มลง แล้วน้ำมันหยด ตรงที่เปิด ไม่ได้หยดโดนข้างในซักกะหน่อย เคี่ยวจัง พอกลับมา มานั่งหาข่าวเคจังอ่าน ก็มาเจอไดเคจังอีก อ่านๆไป พี่แกบอกว่ามีคนนัดให้ไปเอาของขวัญวันเกิดซักที่นึง ( กลิ่นมันตุๆน่ะ ) ไว้พี่แกเล่าทีหลัง ไดอันต่อมา พี่แกพูดถึงทะเลทางตอนใต้ของญี่ปุ่น จบ ( งงเดะ )ไหนว่าจะเล่าไง เล่าแค่ท้องฟ้าสีฟ้า น้ำทะเลสีน้ำเงิน แล้วมันหมายความว่าไงฟระ ( กลิ่นไม่ดีอย่างแรง ) " วันนี้ผมไปงานแต่งงานมา " ญาติผมอายุ 23 เป็นผู้หญิง แต่งแล้ว...บราๆๆ ( แต่!!!! ) เมื่อไหร่ผมจะแต่งงานล่ะ?? แล้วคนนั้นจะเป็นใคร บราๆๆ เฮ้ย!!! เอ็งคิดจะแต่งใช่ไหม ( กลิ่นนี้ไม่ผิดแน่ เคจังมีแฟนล่ะ เราว่าน่ะ ) แหงล่ะ เป้นเราก็คงคิด แต่ทำไม เรารู้สึกเศร้างี้ล่ะ ( ไม่ดีน่ะ อย่าเอาอย่าง เราเนี้ย มันเห็นแก่ตัวจริงๆ เฮ้อ แย่ๆ ) ถ้าเคจังแต่งงาน เราคงว่างเปล่า ( ทำไมต้องคิดแบบนี้ด้วยฟระ ) เราชอบพูดกับเพื่อนว่า เนี้ยดาราญี่ปุ่นคนนี้เนี้ย โตมากับชั้นน่ะย่ะ ( เพื่อนฮาใหญ่เลย มันเป็นมุขน่ะ ) ที่พุดอย่างนั้นเพราะว่า เราชอบเคจังตั้งกะตอนที่เคจังเป็น K.K.kitty อ่ะ ซึ่งมันนานมาแล้ว ( นานมาก ) ตั้งกะปี 2002 กี่ปีมาแล้วน่ะ ประมาณ6ปี เหมือนไม่นานใช่ป่ะ แต่มันนานแล้วน่ะ เพราะตอนนั้นเคจังประมาณ 17-18 กำลังขึ้นปี1 ที่มหาลัยเมจิ เราก็กำลังจะขึ้นม.4 ตอนนี้เราปี 3 แล้ว มันก็ไม่แปลกที่เคจังจะคิดเรื่องแต่งงาน ( จะวกกลับมาทำไม ) เพราะเคจังเรียนจบไปปีกว่าๆแล้ว คือ มันเหมือนเราเห็นเคจังตั้งแต่เป็นวัยรุ่น จนเป็นผู้ใหญ่แล้ว ( เป็นผู้ใหญ่จริงๆหรอนั่น ) เฮ้อ ช่างเหอะ มันยากที่จะบรรยายเป็นความรู้สึกน่ะ มะก่อนมีอยู่ช่วงนึงที่ชอบเอเอฟ แต่ไม่เคยเป็นแบบนี้ คือเขามีแฟนแหละ แต่เราไม่รุ้สึกอะไรเลย เพราะมันเป็นสิทธิของเขา เราไม่ควรยุ่ง แต่กะเคจังเนี้ย เราสังเกตุตั้งกะเป็นแฟนอายะ จนซาเอโกะ เรารู้สึกไม่ดีเลยอ่ะ ที่เขามี ( เฮ้ย พอเหอะ ต้องเลิกคิด ) มันเศร้าอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน พยายามจะไม่เศร้า่น่ะ เปลี่ยนเรืองดีกว่า มีอีกเรื่องที่เศ้รา คือมหาลัยจะเปิดในหนึ่งอาทิตย์นี้แล้ว นั่นแหละเศร้าสุดๆ ไม่ใช่ไม่รักเรียนน่ะ แต่เราไม่อยากไปเจอสังคมที่มหาลัยอีก เราอยากเรียนแต่เราไม่อยากเจอใครบางคน เราเบื่อ แต่ช่างเหอะ ยังไงก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ แม้่มันจะยากลำบากก็ตาม เราเลยไปลงเรียนรามอีกทีี่่นึง เรียนให้เยอะๆ จะได้ไม่ต้องมาิคิดมาก เทอมนี้เราลงเจ็ดตัว เรียน6วันเต็ม แล้วลงรามอีก 7 ตัว เรียนกันให้มึนไปข้างเลย จะได้ไม่มานั่งฟุ้งซ่าน เฮ้อ เศร้าจัง...
edit @ 23 May 2008 19:23:58 by ~*:B.u.a.B.L.i.E:*~